เป็นเส้นทางท่องเที่ยวสายสำคัญด้านทิศเหนือของเชียงใหม่ ตามทางหลวงหมายเลข 107 ผ่านประตู ช้างเผือก
ศูนย์ราชการ จ.เชียงใหม่ อ.แม่ริม เมื่อถึงตลาดแม่มาลัยจะมีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1095
ไป อช. ห้วยน้ำดัง โป่งเดือด และ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน สภาพเส้นทางคดเคี้ยว สูงชัน ตั้งแต่หลัก กม. 29 เป็นต้นไป  แต่ช่วงที่คดเคี้ยวชันมากอยู่ระหว่างหลัก กม. 44-49 มักทำให้เกิดอาการเมารถ บนเส้นทางนี้มีร้านอาหารจานเดียว กระจายอยู่ตามจุดพักรถสองสามแห่ง
                หากตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 107 มุ่งหน้าไป อ.เชียงดาว จะผ่านที่เที่ยวคือ เขื่อนแม่งัด เส้นทางลัดเลาะไปตามไหล่เขาขนานกับแม่น้ำปิง       มีรถประจำทางสายเชียงใหม่-ปาย และเชียงใหม่-ฝาง
จากสถานี ขนส่ง เชียงใหม่ (อาเขต) และรถสองแถวสายเชียงใหม่-เชียงดาว-ฝาง ที่สถานีขนส่งช้างเผือกที่ตลาดแม่มาลัย มีรถสองแถวให้เหมาไปส่ง

             

บ้านควายไทย

ชมการแสดงวิถีชีวิตชาวนาไทย

- เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.
- มีการแสดงวันละห้ารอบ เวลา 08.00, 09.00, 10.00, 14.00 และ 15.00 น. รอบละ 40 นาที
- ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท สนใจขี่ควายเพิ่มอีกคนละ 80 บาท
- มีร้านอาหารไทยพื้นเมือง และอาหารตามสั่งด้านหน้า
- เข้าชมเป็นหมู่คณะ ติดต่อล่วงหน้า 1 สัปดาห์ ที่ โทร. 0-5330-1628
                บ้านควายไทยตั้งอยู่บนพื้นที่ 20 ไร่ บรรยากาศร่มรื่น ภายในจัดแสดงวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวนา ในภาคเหนือ   และความสัมพันธ์ระหว่างคนกับควายผ่านการแสดงต่าง ๆ  ได้อย่างน่าสนใจ
                ที่ตั้งและการเดินทาง  300/2  ถ.เชียงใหม่-ฝาง
                รถยนต์ส่วนตัว  เมื่อเลยทางแยกไปน้ำตกแม่สา ประมาณ 800 ม. ระหว่างหลัก กม. 18-19 มีทางแยกซ้ายมือ มีป้ายบอกทางชัดเจน เข้าไปอีก 1 กม. บ้านควายไทยอยู่ซ้ายมือ
                รถประจำทาง  นั่งรถสองแถวสายเชียงใหม่-แม่ริม บอกให้ไปส่งที่บ้านควายไทย โดยต้องเพิ่มค่าบริการ
                ประวัติ  ก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2543 มีจุดประสงค์เพื่ออนุรักษ์ควายไทย และวิถีการดำเนินชีวิต ของชาวนาไทย ปัจจุบันมีควายทั้งสิ้น 19 ตัว ได้มาจากการไถ่ชีวิตจากโรงฆ่าสัตว์ และชาวบ้านนำมาขายให้ ควายทุกตัวล้วนเฉลียวฉลาด  ใช้เวลาฝึกฝนเพียง 2-3 วันก็สามารถแสดงได้              

  สิ่งน่าสนใจ

· การแสดงของควายและการดำเนินชีวิตของชาวนา มีการฝึกและการแสดงของควายในการทำงานต่าง ๆ เช่น หีบอ้อย ฉุด  รหัสวิดน้ำ เป็นต้น สาธิตการขึ้นขี่หลังควาย  และการแสดงดนตรีบนหลังควาย
                จากนั้นจะมีการนำชมพื้นที่โดยรอบ ซึ่งจัดเป็นลานแสดงกลางแจ้ง มีการสาธิตการปลูกข้าว โดยแสดงขั้นตอน ตั้งแต่ดำนาไถนา หว่าน  ฝัดข้าว นวดข้าว ตำข้าว จนกลายเป็นข้าวสารพร้อมหุงเดินชมบ้านจำลองของชาวนาไทย พาชมยุ้งข้าว และวิถีชีวิตของชาวนา ปิดท้ายด้วยการแข่งวิ่งควาย สามารถเดินชมบรรยากาศภาย ในบ้านควายไทย ได้ตลอดวันพร้อมเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้าน


 


น้ำตกหมอกฟ้า
ชมน้ำตกสายยาวท่ามกลางป่าเขียว

- ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์ (ไม่รวมคนขับ) 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท สามารถใช้ผ่าน ด่านตรวจเข้าน้ำตาตาดหมอก น้ำตกมณฑาธาร และน้ำตกแม่สา ได้ภายในวันเดียว

เป็นน้ำตกที่ไม่ใหญ่นัก  มีร้านอาหาร แต่ไม่มีที่พัก
                ที่ตั้งและการเดินทาง ถ.แม่มาลัย-ปาย (ทางหลวงหมายเลข 1095) เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามถนนลูกรัง ตรงระหว่าง กม. 18-19 อีก 2 กม. จะถึงหน่วยพิทักษ์ อช. เป็นทางลูกรังที่ลาดชันสลับกับถนนคอนกรีต ควรใช้รถ ขับเคลื่อนสี่ล้อ ฤดูฝนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะทางลื่น
                รถประจำทาง หรือนั่งรถสองแถวสายแม่มาลัย-ป่าแป๋ มาจากตลาดแม่มาลัย จากปากทางไม่มีรถโดยสาร เข้าไป

  สิ่งน่าสนใจ

               นักท่องเที่ยวต้องเดินจากที่ทำการไปประมาณ 350 ม. จึงจะถึงตัวน้ำตก  ตลอดทางมีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ เช่น เฟิน กล้วยไม้ เต็มไปหมด นับเป็นเส้นทางที่สวยงามเส้นทางหนึ่ง
                น้ำตกหมอกฟ้าเป็นน้ำตกชั้นเดียวซึ่งมีน้ำไหลตลอดทั้งปี เกิดจากต้นน้ำในภูเขา อ.แม่แตง  แฝงตัวอยู่ ท่ามกลางแมกไม้อันเขียวครึ้ม  สายน้ำที่ตกลงมาจากเชิงผาที่สูงราว 20 ม. ลงสู่แอ่งน้ำเป็นภาพที่สวยงามยิ่ง นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบน้ำตกควรไปเที่ยวชม



โป่งเดือดป่าเป๋
ชมน้ำพุร้อน อาบน้ำแร่

- ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์ 30 บาท มอเตอร์ไซค์ 20 บาท สามารถใช้ผ่านที่ทำการ อช. ห้วยน้ำดังได้ในวันเดียวกัน
- มีร้านอาหารสวัสดิการ เปิดบริการทุกวัน
- มีบ้านพักของอุทยานแปดหลัง ใกล้บ่อน้ำแร่ โทร. 0-2579-5734, 0-2579-7223
- มีเต็นท์ให้เช่า โทร. 0-5322-9636

                เป็นส่วนหนึ่งของ อช.ห้วยน้ำดัง รอบบริเวณเป็นป่าเบญจพรรณ และป่าไผ่ ที่ได้รับการปรับปรุงสภาพพื้นที่ และภูมิทัศน์ใหม่ บรรยากาศสวยงาม ในตอนเช้าจะปกคลุมด้วยสายหมอก มีห้องอาบน้ำแร่ ห้องอบไอน้ำแร่บ่อรวม แยกหญิงชาย สร้างได้มาตรฐาน
                จากโป่งเดือดยังมีทางเดินเท้าไปยังจุดล่องแพที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงริมน้ำแม่แตง ระยะทาง 9 กม. ส่วนใหญ่ เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บริการทัวร์เดินป่า ล่องแพจาก จ.เชียงใหม่ ที่ตั้งและการเดินทาง บ้านแม่แสะ  ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 (แม่มาลัย-ปาย) จนถึงหลัก กม. 42 มีทางแยกขวามือไปโป่งเดือด เป็นทางลาดอย่างดี เข้าไปประมาณ 6.5 กม. ก็จะถึงที่ทำการ

ล่องแพแม่แตง

                การล่องแก่งในเขต Í.แม่แตงนับว่าเป็นที่นิยมมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งเพราะสายน้ำแม่แตงเป็นสายน้ำที่ไหล คดเคี้ยว สวยงาม อีกทั้งน้ำในลำน้ำก็ไม่ไหลเชี่ยวจนเกินไปนัก สำหรับฤดูกาลที่นิยมล่องแพกันมากที่สุดคือ หน้าแล้ง ถึงฤดูหนาว เพราะน้ำไม่เชี่ยวและบรรยากาศดี
          เส้นทางที่นิยม มักเริ่มต้นจาก อ.แม่แตง บ้านโป่งเดือด เดินป่าระยะสั้นประมาณ 1-2 ชม. สู่บ้านป่ากล้วยซึ่งเป็น หมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง นอนที่หมู่บ้านแห่งนี้ 1 คืน วันรุ่งขึ้นขี่ช้างจากบ้านกะเหรี่ยงป่ากล้วยไปยังบ้านปางข้าวหลาม ซึ่งเป็นหมี่บ้านกะเหรี่ยงเช่นกัน ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. จากนั้นจึงขึ้นแพที่ท่าแม่ตะมาน ใช้เวลาในการล่องประมาณ 1 ชม.
          นอกจากนั้นยังมีเส้นทางอื่น ที่น่าสนใจอีกหลายเส้นทาง นักท่องเที่ยวที่สนใจต้องติดต่อบริษัททัวร์ต่าง ๆ ใน อ.เมือง ไว้ล่วงหน้า (ดูรายละเอียดบริษัททัวร์ได้ที่บทข้อมูลการเดินทาง)

  สิ่งน่าสนใจ

                ·  โป่งเดือด  จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ประมาณ 500 ม. จะถึงลานโล่ง พื้นที่หลายสิบไร่ ประกอบด้วยบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่และเล็กทั่วบริเวณ น้ำพุร้อนขนาดใหญ่จะมีน้ำพุ่ง ขึ้นมาสูง 5 ม. ทุก ๆ 30 วินาที อุณหภูมิสูงถึง 990 ซ. ในช่วงเช้าจะเกิดละอองไอน้ำปกคลุมไปทั่วบริเวณ
            อาบน้ำแร่
                - ค่าบริการ 50 บาทต่อคน
                - เช่าผ้าถุง, เช็ดตัว 20 บาท
                เป็นบ่ออาบน้ำแร่กลางแจ้งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 ม. ที่มีรั้วรอบขอบชิด แยกหญิงชาย นอกจากนี้ยังมีห้อง อบไอน้ำแร่ ห้องน้ำ และล็อกเกอร์เก็บของเป็นสัดส่วน ตั้งอยู่ใกล้บริเวณบ้านพัก ซึ่งสร้างใหม่ลักษณะเดียวกับรีสอร์ต เอกชน
                ห่างจากที่อาบน้ำแร่ไปประมาณ 100 ม. เป็นลำธารเล็ก ๆ ที่สายน้ำไหลมาจากโป่งเดือด มีการกั้นหิน เป็นอ่างเล็ก ๆ สำหรับลงแช่น้ำอุ่นได้ โดยไม่เสียค่าบริการ

โป่งเดือดหรือโป่งน้ำร้อน

                ใน จ. เชียงใหม่จะมีน้ำพุร้อนหรือโป่งเดือดอยู่หลายแห่ง เช่น ที่สันกำแพง ฝาง และที่ป่าแป๋ โดยเกิดขึ้นใน บริเวณใต้ดิน เป็นหินแกรนิต (Granite) จัดอยู่ในยุคไทรแอสสิก (Triassic) อายุประมาณ 204 ล้านปี อุณหภูมิน้ำ ผิวดินประมาณ 30-990 ซ. อุณหภูมิน้ำใต้ดินประมาณ  176-2030 ซ. ค่าความเป็นกรดด่าง (PH) 8.9-9.7
          โป่งเดือดนั้นมีชื่อว่าน้ำพุร้อนไกเซอร์ (Geyser type) เป็นน้ำพุร้อนที่มีอุณหภูมิและแรงดันสูงมาก จะพุ่งขึ้น สูงกว่าระดับผิวดินเป็นครั้งคราวหรือตลอดเวลา มีการเปลี่ยนแปลงระดับความสูงของน้ำในช่วงเวลาที่คงที่ ทั้งนี้เพราะ การสะสมตัวของแก๊สในน้ำร้อน ทำให้เกิดแรงดันสูงกว่าปกติ
          ส่วนบ่อน้ำร้อน (Hot pool type)  น้ำมีความร้อนจึงไหลพุ่งขึ้นสู่ผิวดินเป็นแอ่งกระจายรอบ ๆ พื้นที่ แต่ไม่พุ่งขึ้นสูงเหมือนน้ำพุร้อน

 


อช. ห้วยน้ำดัง
ชมทะเลหมอกกลางขุนเขา

- เปิดทุกวัน เวลา 08.00-19.00 น. ช่วงเทศกาล (เดือน พ.ย.-ก.พ.) เป็นเวลา 05.00- 20.00 น.
- ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์ 30 บาท
- มีจุดกางเต็นท์ ไม่เสียค่าธรรมเนียม
- อช. ห้วยน้ำดัง ต.กึ๊ดช้าง อ.แม่แตง  จ.เชียงใหม่ 50150 โทร. 0-5347-1669

                อช. ห้วยน้ำดังได้รับการประกาศเป็น อช. เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2538 ครอลคลุมพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน อ.แม่แตง และ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่ 1,247 ตร.กม. หรือ 782,575 ไร่ มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าดงดิบเขาป่าดงดิบ - แล้ง ป่าสนเขา และป่าเบญจพรรณ อช. นี้มีระดับความสูงตั้งแต่ 5001-1,962 ม. จากระดับ น้ำทะเล เป็นป่าต้นน้ำปาย และต้นน้ำแม่แตง ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูง อากาศเย็นสบายตลอดปี โดยมีพื้นที่อยู่ใน เทือกดอยเชียงดาว มีดอยสูงคือ ดอยช้างและดอยผักกูด มีสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ช้างป่า กระทิง เสือโคร่ง เป็นต้น
                ที่ตั้งและการเดินทาง ต.กึ๊ดช้าง อ.แม่แตง ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 107 กม. ใช้ทางหลวง หมายเลข 1095 (แม่มาลัย-ปาย-แม่ฮ่องสอน) แล้วเลี้ยวขวาตรง กม. 65 มีป้าย อช. ขนาดใหญ่ตรงปากทาง เข้าไป 6 กม. ถนนจะลัดเลาะไปตามไหล่เขา เป็นถนนลาดยางอย่างดี               

  สิ่งน่าสนใจ

               · จุดชมวิวดอยกิ่วลม ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ยามเช้าสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น ในฤดูหนาวจะมองเห็นยอดดอยหลวงเชียงดาวอยู่ท่ามกลางทะเลหมอกสีขาว สามารถเดินทางมาเที่ยวชมได้ทุกฤดูกาล
                · จุดชุมวิวดอยช้าง  อยู่ทางด้านเหนือของห้วยน้ำดัง เป็นจุดที่สามารถชมธรรมชาติของเทือกเขา อันสลับซับซ้อนและทะเลหมอกยามเช้าได้เช่นเดียวกับจุดชมวิวดอยกิ่วลม โดยจะต้องเดินทางต่อไปอีก 20 กม. เป็นทาง ลูกรัง ไม่เหมาะจะเดินทางในฤดูฝน
                · ห้วยน้ำรูและดอยสามหมื่น  ทั้งสองจุดนี้อยู่ในเขต อช. ห้วยน้ำดัง เหมาะกับนักท่องเที่ยว ผู้ชื่นชอบ การเดินป่า เพราะหนทางทุรกันดาร อีกทั้งอาหารการกินไม่มีบริการ ต้องหอบหิ้วเอาขึ้นไปเองทุรกันดาร อีกทั้งอาหาร การกินไม่มีบริการ ต้องหอบหิ้วเอาขึ้นไปเอง
                - การเดินทาง จากที่ทำการ อช. ห้วยน้ำดัง วิ่งไปทางดอยสามหมื่น และห้วยน้ำรูนั้นอยู่ลึกเข้าไปอีก ประมาณ 30 กม. เป็นถนนลูกรัง ควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ รถประจำทางใช้เส้นทางเดียวกับการไปห้วยน้ำดัง
                ห้วยน้ำรูเป็นธารน้ำสายเล็ก ๆ อยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจีที่ร่มรื่นบนดอยสามหมื่น มีตาน้ำเล็ก ๆ ไหลออกมา ช่วยทำให้ต้นไม้รอบบริเวณเขียวสดตลอดทั้งปี  ส่วนดอยสามหมื่นเป็นชื่อของแนวเขาทั้งดอยรวมเรียกว่า “ดอยสามหมื่น” เป็นดอยหนึ่งในเทือกเขาถนนธงชัย ที่ดอยสามหมื่นนี้เป็นจุดชมวิวที่งดงามอีกแห่งหนึ่ง ยาวเช้าในฤดูกาลที่เหมาะสม  สามารถมองเห็นดอยหลวงเชียงดาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางทะเลหมอกสีขาวได้

 



เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล
นั่งเรือชมทิวทัศน์ นอนพักแพ

- มีร้านอาหาร ติดต่อเรือ ที่พักได้ที่บริเวณสันเขื่อน ใกล้ด่าน อช.ศรีลานนา
- มีเรือให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เช้าตรู่ ถึง 18.00 น. นั่งได้แปดคน ค่าบริการ 250 บาท
- มีแพพักในเขื่อนแม่งัด

                เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ของกรมชลประทาน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2520 แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2528 เพื่อใช้เป็นเขื่อน อเนกประสงค์ทั้งการชลประทานและการผลิตไฟฟ้า เป็นเขื่อนดินเหนียว สูง 59 ม. สันเขื่อนยาว 1,950 ม. จุน้ำได้สูงสุด 325 ลบ.ม.
                ที่ตั้งและการเดินทาง อ.แม่แตง ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) เลี้ยวขวาระหว่าง กม. 41-42 เข้าไปอีก 11 กม. ผ่าน รพ. แม่แตง ตู้ยามตำรวจช่อแล ก็จะถึง

               
  สิ่งน่าสนใจ
               

               · นั่งเรือชมเขื่อน  นักท่องเที่ยวที่มีเวลาไม่มากนักสามารถเช่าเหมาเรือหางยาวแบบมีหลังคา นั่งชมทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำกว้างเนื้อเขื่อนแม่งัด น้ำในเขื่อนเป็นสีเขียวแวดล้อมด้วยป่าเต็งรัง จะงดงามมากเป็นพิเศษ ช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. เมื่อป่าเริ่มเปลี่ยนสี และน้ำในเขื่อนใสมาก บางครั้งสามารถมองเห็นฝูงปลาได้
                · พักเรือนแพ  เรือนแพพักอยู่ด้านใน ห่างจากสันเขื่อนไปทางเรือประมาณ 15 นาที เป็นเรือนแพไม้ไผ่ บรรยากาศเงียบสงบสามารถลงเล่นน้ำ ตกปลา อาหารขึ้นชื่อที่ทำจากปลาสด ๆ คือ ปลาช่อนทอด ปลาบู่นึ่งบ๊วย หรือนึ่งมะนาว ปลายี่สกทอดหรือแกงป่า
                · ชมนกชมปลา จุดชมนกอยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 500 ม. เป็นพื้นที่โล่งใกล้อ่างเก็บน้ำแม่งัด ในฤดูหนาวจะมีนกอพยพจำนวนมาก เช่น นกกระเต็นน้อยธรรมดา เป็ดแดง นกชายเลนต่าง ๆ ส่วนจุดชมปลาอยู่บริเวณ อ่างเก็บน้ำ ห่างจากที่ทำการประมาณ 100 ม. ปลาที่มีมากคือ ปลาสวายและปลายี่สก  จากจุดนี้จะมองเห็นทิวทัศน์เหนืออ่างเก็บน้ำได้เป็นอย่างดี

 





ที่เที่ยวโดดเด่น :
ดอยอ่างขาง

                ที่เที่ยวหลักของเส้นทางช่วงนี้คือ ที่เที่ยวละแวกดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งมีทางแยกซ้ายบริเวณโรงแรม- เชียงดาวอินท์ ไปยังถ้ำเชียงดาว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยหลวงเชียงดาว เพื่อทำหนังสือขออนุญาตขึ้นดอยหลวง หรือติดต่อ ลูกหาบและคนนำทาง
                ที่เที่ยวหลักอีกแห่งคือดอยอ่างขาง ซึ่งเดินทางไปได้สองเส้นทาง คือ เส้นทางด้าน อ.ไชยปราการ ซึ่งทาง ขึ้นสูงชัน มีโค้งหักศอกมาก กับเส้นทางขึ้นด้านบ้านอรุโณทัย ซึ่งสูงชันน้อยกว่า แต่เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ มุ่งหน้า ไปยังชายแดนไทย-พม่า จึงค่อนข้างเข้มงวด มีด่านตรวจ ตชด. ทหารพราน ด่านตรวจยาเสพติดเป็นระยะ
                แหล่งที่กินที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาดคือ ขาหมูเชียงดาว ขึ้นชื่อมากจนมีร้านขาหมูเลียนแบบหลายร้าน แต่ต้นตำรับคือ ร้านพรเพ็ญขาหมูเสวย  อยู่ริมถนนในตลาด อ.เชียงดาว หากมาจากเชียงใหม่จะอยู่ซ้ายมือ เลยเชียงดาว ไปในเขต อ.ไชยปราการ และ อ.ฝาง มีแผงจำหน่ายส้มสายน้ำผึ้งจำนวนมาก

ดอยอ่างขาง
ชมแปลงสาธิตพืชผักดอกไม้เมืองหนาวและดูนกอพยพ
- มูลนิธิโครงการหลวง อ.ฝาง โทร. 0-5345-0107-8

                ดอยอ่างขางเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแดนลาว สูงประมาณ 1,900 ม. จากระดับน้ำทะเล ภูมิประเทศเป็น เขาหินปูน และหินดินดาน อยู่ติดกับพรมแดนพม่า จึงมีหมู่บ้านชาวเขาเผ่าต่าง ๆ กระจายอยู่ทั่วไปมีอากาศหนาวเย็น ยาวนาน เกือบตลอดปีและมีอุณหภูมิต่ำมาก ในฤดูหนาว จึงเหมาะสมในการจัดตั้งเป็นสถานีวิจัยพืชเมืองหนาวแห่งแรก ของ โครงการหลวง โดยเป็นสถานีหลักในการศึกษาวิจัยผลไม้ที่สำคัญที่สุดของประเทศ นักท่องเที่ยวนิยมมาดูขั้นตอน การปลูกการดูแล และการผลิตพืชผักเมืองหนาว ที่เรียกว่า การท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม
                ในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือน ต.ค.-ก.พ. ดอกไม้พันธุ์ไม้เมืองหนาวหลายชนิด เช่น บ๊วย ท้อ  นางพญาเสือโคร่ง และอื่น ๆ จะออกดอกงามสะพรั่งไปทั่วดอย
                ที่ตั้งและการเดินทาง   ต.แม่งอน  อ.ฝาง
                รถยนต์ส่วนตัว  เดินทางสู่ดอยอ่างขางได้สองเส้นทาง คือ เส้นทางด้าน อ.ไชยปราการ และเส้นทางด้าน บ้านอรุโณทัย
                ด้าน อ.ไชยปราการ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ผ่าน อ.แม่ริม  อ.แม่แตง อ.เชียงดาว และ อ.ไชยปราการ ระหว่างทางจาก อ.เชียงดาวไป อ.ไชยปราการ เส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยว เมื่อถึงหลัก กม. 137 บริเวณตลาดแม่ข่า เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1249 ไปอีก 25 กม. เส้นทางสูงชันและคดเคี้ยว หลายช่วง เป็นทางโค้งหักศอก คนขับต้องมีความชำนาญ อันตรายมากโดยเฉพาะเส้นทางลงดอยเที่ยวกลับ
                ส่วนด้านบ้านอรุโณทัย ถนนลาดยางตลอดสายค่อนข้างแคบแต่คดเคี้ยวน้อยกว่าเส้นทางขึ้นด้านบ้านแม่ข่า ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 เมื่อผ่าน อ.เชียงดาว ประมาณ 6 กม. เลี้ยวซ้ายที่สามแยกเมืองงาย เข้าทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านเมืองงาย นาหวายจนถึงด่านตรวจของ ตชด. ที่บ้านริมหลวง หลัก กม. 31 เลี้ยวขวาไป บ้านอรุโณทัย - ดอยอ่างขาง มีป้ายบอกทางชัดเจน ประมาณ 7 กม. ถึงบ้านอรุโณทัย เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1340 สภาพถนน ค่อนข้างแคบ ขึ้นดอยอีก 45 กม. บริเวณหลัก กม. 30-34 ก่อนถึงบ้านหลวง ถนนจะเลียบไปตามสันเขา มีทิวทัศน์ สวยงามมาก จากนั้นจะผ่านบ้านหลวง บรรจบทางหลวงหมายเลข 1249 ที่ตัดขึ้นดอยอ่างขางจากด้านบ้านแม่ข่า
                รถรับจ้าง  เดินทางสู่ดอยอ่างขางด้าน อ.ไชยปราการ จากเชียงใหม่ลงรถที่ตลาดแม่ข่า นั่งรถสองแถว หรือรถตู้ที่วัดหาดสำราญบริเวณบ้านแม่ข่า ลงรถที่หน้าโครงการหลวงอ่างขาง สามารถเหมาให้พาเที่ยวดอยอ่างขาง และบริเวณใกล้เคียง เช่น โครงการหลวงอ่างขาง บ้านขอบด้ง จุดชมทิวทัศน์ บ้านคุ้ม บ้านนอแล เป็นต้น
                หากเช่าเหมาขึ้นดอย คิดค่าเช่าทั้งวัน 1,400 บาท ค้างคืน 1,600 บาท ถ้าไปนอแลต้องเพิ่มค่าน้ำมันอีก 300 บาท
                ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ที่จุดกางเต็นท์พักแรมอยู่ในสวนสน ริมทางก่อนถึงทางลงไปสถานี เกษตรหลวงอ่างขาง 1 กม. มีห้องน้ำสาธารณะ และก๊อกน้ำใช้ ค่าบริการ 20 บาท/คน/คืน นอกจากนี้ยังมีบ้านพัก หน่วยจัดการต้นน้ำแม่เผอะ ติดต่อศูนย์รวมหน่วยจัดการต้นน้ำ ถ.ห้วยแก้ว อ.เมือง โทร. 0-5321-4577 ต่อ 08 และบ้านพักของเอกชน (ดูบทข้อมูลที่พัก)
                บริเวณหน้าโครงการหลวงอ่างขาง มีย่านร้านค้า ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ของชาวจีนฮ่อ จำนวนมากจนกลายเป็นตลาดย่อม ๆ สินค้าขึ้นชื่อ คือ โสมตังกุยสด ปลูกได้เฉพาะที่อ่างขาง ขายเป็นกิโล นักท่องเที่ยว นิยมซื้อไปตุ๋นไก่หรือหมู ใบโสมใช้ผัดเช่นเดียวกับผัก รสชาติหอมฉุน เผ็ดร้อน นอกจากนี้ยังมีชาอูหลง ชาโสม ชาสมุนไพร และกำไลถักฝีมือชาวมูเซอ ส่วนร้านอาหารรสชาติดีคือร้านไก่ย่างโสมตังกุย อยู่ใกล้ลานจอดรถ อาหารจานเด็กคือ ใบโสมผัด ไก่ย่างอบโสม ใกล้กันมีร้านจีนฮ่ออิสลาม ขายก๋วยเตี๋ยวแกงคล้ายข้าวซอย ซาลาเปาแบบ ยูนนาน ไส้หมูและไส้ถั่วดำ
                ประวัติ  พ.ศ. 2512 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอแดง บ้านห้วยผักไผ่ ต.ม่อนปิน อ.ฝาง ทอดพระเนตรเห็นบริเวณอ่างขางซึ่งเป็นหุบเขามีอากาศหนาวเย็น แต่ชาวไทยภูเขาแถบนั้นตัดไม้ ทำลายป่าจนโล่ง ทั้งยังปลูกต้นฝิ่นออกดอกพราวไปทั้งดอย สภาพพื้นที่เช่นนี้หากมีการพัฒนาจะสามารถปลูกพืชเมือง หนาวได้ดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินในบ้านคุ้มประมาณ 10 ไร่ ในราคา 1,500 บาท สำหรับจัดตั้งเป็นสถานีวิจัยพืชเมืองหนาว และขยายมาเป็น 350 ไร่ ในปัจจุบัน                 

               
  สิ่งน่าสนใจ
                                                                                           · สถานีเกษตรโครงการหลวงอ่างขาง
                - ค่าเข้าชมคนละ 30 บาท รถยนต์พร้อมคนขับ 50 บาท
                ที่นี่เป็นสถานที่ทดลองพันธุ์ไม้เมืองหนาวชนิดต่าง ๆ ทั้งไม้ดอกไม้ประดับ และพืชผักผลไม้ โดยในระยะแรก ทำการทดลองปลูกท้อ  แอปเปิ้ล  สาลี่  บ๊วย  ต่อมาจึงทดลองปลูกกีวีฟรุต  สตรอเบอรี พลับ รัสเบอรี อโวคาโด เสาวรส และ
อื่น ๆ ส่วนผักเมืองหนาวมีทั้งผักกาดแก้ว  ปวยเล้ง เห็ดหอม  แครอต  แรดิช  อาติโชก  กะหล่ำม่วง ไม้ดอก  เช่น ลิลลี่  กุหลาบ  เยอบีรา และอีกหลายสิบชนิด จึงเหมาะที่จะขึ้นไปท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวซึ่งดอกไม้จะบานเต็มหุบเขา
                ภายในสถานีวิจัยยังมีบริเวณที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น
                - สวนบอนไซและพรรณไม้เขตกึ่งร้อนและหนาว จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดย ม.จ. ภีรเดช รัชนี ทรงเห็น$